ReadyPlanet.com
dot dot
เกล็ดความรู้เกี่ยวกับเครื่องถ่ายเอกสาร article

 

อันตรายจากเครื่องถ่ายเอกสาร

          แม้ว่าการทำงานในสำนักงาน หรืองานออฟฟิศจะไม่มีอันตรายร้ายแรงแฝงตัวอยู่เหมือนการทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่างานออฟฟิศจะมีความปลอดภัยไปทั้งหมด อย่างน้อยก็มีคำถามเกิดขึ้นอยู่เสมอว่า อุปกรณ์สำนักงานบางชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องถ่ายเอกสารที่มีแสงจ้าและกลิ่นสารเคมีระเหยออกมาตลอดเวลานั้นจะมีผลต่อสุขภาพหรือไม่ ?
          อันตรายจากเครื่องถ่ายเอกสารมีอยู่จริง แต่ผลกระทบต่อสุขภาพผู้ใช้จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับว่า มีการปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยหรือไม่ ?
โดยทั่วไปแล้วเมื่อมีการใช้เครื่องถ่ายเอกสารแต่ละครั้งจะมี "สภาพที่ไม่ปลอดภัย" ปรากฏออกมานั่นคือ 
          1. ก๊าซโอโซน เป็นการทำให้เกิดการระคายเคือง และการสัมผัสก๊าซนี้นาน ๆ จะเป็นอันตรายต่อระบบหายใจและระบบประสาทได้
          2. ฝุ่นผงหมึก เป็นส่วนประกอบของสารเคมีที่เป็นอันตราย รวมถึงสารที่อาจก่อมะเร็ง และสารที่เป็นสาเหตุของภูมิแพ้ 
          3. แสงเหนือม่วง ( UV Light ) มักเป็นอันตรายต่อตา การสัมผัสแสงจ้าจากการถ่ายเอกสารเป็นเวลานานจะเป็นสาเหตุของการอาการปวดตาและปวดศีรษะ
โอโซนจากเครื่องถ่ายเอกสาร

           เกิดขึ้นจากการอัดและปล่อยประจุไฟฟ้าที่ลูกกลิ้งกระดาษ และบางส่วนที่เกิดจากการปล่อยแสงเหนือม่วงจากหลอดไฟพลังงานสูงของเครื่องถ่ายเอกสาร ( แสงเหนือม่วงจะทำใหก๊าซออกซิเจนรวมกันเป็นโอโซนได้ง่ายขึ้น ) แต่ในสภาพปกติหรือในสำนักงานทั่วไป โอโซนจะสลายตัวเป็นออกซิเจนภายใน 2-3 นาที ซึ่งอัตราการสลายตัวจะขึ้นอยู่กับระยะเวลา อุณหภูมิ ( อุณหภูมิสูงสลายตัวได้เร็วขึ้น ) การระบายอากาศและพื้นวัตถุที่โอโซนจะสลายตัวได้ถึง 100 หากสัมผัสถ่านที่มีประจุ( Activated Carbon )ในเครื่องถ่ายเอกสารรุ่นใหม่ๆ มักจะมีแผ่นกรองประเภท Activated Carbon Filter เพื่อสลายโอโซนก่อนปล่อยออกจึงมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยได้มากขึ้น

ผงหมึก

            ที่ใช้ในเครื่องถ่ายเอกสารทั่วไปในปัจจุบัน ( ระบบแห้ง ) เป็นผงหมึกประเภทผงคาร์บอนดำ 10% ผสมกับพลาสติกเรซิน ซึ่งมีอันตรายต่อสุขภาพ จึงควรระมัดระวังขณะเติมผงหมึก รวมทั้งความสะอาดและกำจัดผงหมึกที่ใช้แล้วโดยควรทิ้งในภาชนะบรรจุมิดชิด ไม่ควรทิ้งลงในตะกร้าหรือถังขยะในสำนักงาน
            การหายใจเอาผงหมึกเข้าไปจะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบหายใจ มีการไอและจาม นอกจากนี้สารไนไตรไพรีนซึ่งพบในผงคาร์บอนดำ และสารไนไตโตรฟลูออรีน (TNF) ก็เป็นที่เข้าใจกันว่าเป็นสารก่อมะเร็ง และเป็นสารที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมมีผลต่อทารกในครรภ์ ผู้ที่มีหน้าที่ถ่ายเอกสารเป็นประจำหรือผู้ที่มีหน้าที่เปลี่ยนถ่ายผงหมึกควรได้รับการฝึกอบรมในเรื่องความปลอดภัยในการใช้เครื่องถ่ายเอกสาร ควรใช้ถุงมือในการสัมผัสกับผงหมึก หลีกเลี่ยงการสูดเอาผงหมึกเข้าไป ในกรณีที่เครื่องถ่ายเอกสารมีปัญหาเช่น พบผงหมึกเปื้อนติดกระดาษเป็นจำนวนมากควรหยุดเครื่องและติดต่อบริษัทเพื่อรับการซ่อมบำรุงทันที 
             สารเคมีอื่น ๆ ที่อาจพบได้ในเครื่องถ่ายเอกสาร ได้แก่ เซเลเนียม แคดเมี่ยมซัลไฟด์ ซิงไดออกไซด์และโพลิเมอร์บางตัว แต่มีจำนวนน้อนมากในเครื่องถ่ายเอกสารสภาพปกติ
แสงเหนือม่วง

             แสงเหนือม่วงแผ่รังสีออกมา จากหลอดไฟพลังงานสูงภายในเครื่องขณะที่มีการถ่ายเอกสารซึ่งทำให้เกิดการอักเสบของกระจกตาและมีผื่นคันตามผิวหนัง แต่ปกติแสงเหนือม่วงจะไม่ทะลุผ่านกระจกที่วางเอกสารต้นฉบับ เพราะมีพลังงานต่ำและถูกดูดกลืนและถูกดูดกลืนไป อันตรายจากแสงเหนือม่วงจะเกิดขึ้นได้หากมองแสงที่ทะลุออกมาจากกระจก ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ แสบตาดังนั้นในการถ่ายเอกสารทุกครั้งควรปิดฝาครอบให้มิดชิด
นอกจากที่กล่าวไปแล้ว สิ่งที่อาจเป็นอันตราของเครื่องถ่ายเอกสาร ได้จากความร้อนจากการถ่ายเอกสารเป็นเวลานาน ในสถานที่ไม่มีการถ่ายเทอากาศ และเรื่องเสียงดัง ในเครื่องถ่ายเอกสารขนาดใหญ่อาจดังถึง 80 เดซิเบล
แนวทางความปลอดภัยในการใช้เครื่องถ่ายเอกสาร

            1. ถ่ายเอกสารทุกครั้งควรปิดฝาครอบให้สนิท หากไม่สามารถปิดได้ควรหลีกเลี่ยงการมองที่กระจกต้นฉบับ 
             2. ติดตั้งพัดลมดูดอากาศเฉพาะที่ในห้องถ่ายเอกสาร
             3. สวมถุงมือขณะเติมหรือเคลื่อนย้ายผงหมึก ในกรณีจำเป็นควรใส่หน้ากากกันฝุ่นเคมี และขอเอกสารข้อมูลเคมีภัณฑ์ (MSDS) จากผู้ผลิตหรือผู้จำหน่าย 
             4. ผงหมึกที่ใช้แล้วนำไปกำจัดลงในภาชนะปิดมิดชิด รวมไปถึงผงหมึกที่หกเลอะเทอะหรือฟุ้งกระจายขณะเติมผงหมึกด้วย
             5. เลือกซื้อเครื่องถ่ายเอกสารที่มี 
                 - ระบบเติมผงหมึกที่ปลอดภัยและมีภาชนะบรรจุเศษผงหมึกภายในเครื่อง 
                 - ระบบตัดการทำงานอัตโนมัติเมื่อภาชนะบรรจุเศษผงหมึกเติมแล้ว
             6. มีการบำรุงรักษาเครื่องเป็นประจำ 
             7. ไม่ควรวางเครื่องถ่ายเอกสารในห้องทำงาน ควรจัดแยกไว้ในที่เฉพาะ หรือไว้ที่มุมห้องไกลจากคนทำงาน และมีการระบายอากาศที่เหมาะสม
             8. ผู้ซ่อมบำรุงเครื่องถ่ายเอกสารควรสวมถุงมือแบบใช้แล้วทิ้ง ขณะทำงานและหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับลูกกลิ้งด้วย 
             9. ไม่ควรมีผู้ใดต้องทำงานถ่ายเอกสารทั้งวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีระบบทางเดินหายใจ
             10. ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายเอกสาร ควรได้รับการแนะนำอบรมวิธีการใช้ การเปลี่ยนถ่านผงหมึกรวมทั้งการกำจัดผงหมึก ฯลฯ

 แบบสำรวจสภาพแวดล้อมในการใช้เครื่องถ่ายเอกสาร

            1. เครื่องถ่ายเอกสารได้จัดวางไว้ในที่มีการระบายอย่างเพียงพอหรือไม่
            2. ถ้าเครื่องถ่ายเอกสารอยู่ในห้องปิดมิดชิด มีระบบการระบายอากาศเฉพาะที่ติดตั้งอยู่หรือไม่ 
            3. มีพื้นที่ว่าง ๆ รอบเครื่องถ่ายเอกสาร เพียงพอสำหรับการไหลเวียนของอากาศและอำนวยความสะดวกในการซ่อมบำรุงหรือไม่
            4. เครื่องถ่ายเอกสารได้รับการว่อมบำรุงอย่างสม่ำเสมอหรือไม่ 
            5. ระดับความสูงของพื้นที่หน้างานของเครื่องถ่ายเอกสารอยู่ในระดับทีเหมาะสมหรือระดับที่สบายสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ( ระดับที่สงบายคือระดับเดียวกับระดับบข้อศอกหรือต่ำกว่าเล็กน้อย ) หรือไม่
            6. ในกรณีจำเป็น ได้มีการจัดเตรียมโต๊ะทำงานสำหรับวางเอกสารที่มีระดับความสูงที่สบายต่อการใช้งานไว้หรือไม่ 
            7. สำหรับการใช้สารเคมีทุกชนิด มีการจัดเตรียม MSDS ไว้หรือไม่
**ทั้ง 7 ข้อหากตอบว่า ใช่ แสดงว่ามีการจัดสภาพการทำงานในการใช้เครื่องถ่ายเอกสารที่เหมาะสม**

ขอขอบคุณแหล่งให้ความรู้ดีๆ ค่ะ http://www.ku.ac.th/e-magazine/november44/know/xerox.html

 

วิธีลดค่าเครื่องถ่ายเอกสารในออฟฟิต
              ในปัจจุบัน ความสะดวกในการถ่ายเอกสารทำได้ง่ายและรวดเร็ว จึงทำให้เกิดค่าใช้จ่ายที่บางครั้งถือว่า ไม่จำเป็นแทรกอยู่ อาจจะเพราะว่า ถ่ายเอกสารมากเกินความจำเป็น หรือถ่ายออกมาแล้วใช้งานไม่ได้เนื่องจากใช้เครื่องไม่เป็น เราจะพบจำนวนของเอกสารที่วางกองไว้ข้าง ๆ เครื่องถ่ายเอกสารหรือกล่องสำหรับเก็บเอกสารที่มีร่องรอยของเอกสารที่ถ่ายแล้วไม่ได้ใช้อยู่เสมอ    
              ค่าใช้จ่ายในการถ่ายเอกสาร ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำนักงานไม่ควรมองข้าม  จะด้วยกระดาษที่ถ่ายเอกสาร  ค่าไฟฟ้าที่ใช้ในการถ่าย  ผงหมึกหรือวัสดุอุปกรณ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเมื่อคิดเป็นตัวเลขแล้ว ทุกสำนักงานจะเห็นว่า เป็นเรื่องที่จะต้องช่วยกันลดภาระนี้ ไหนจะใช้มาก ทั้งกระดาษและผงหมึก ก็เป็นตัวการอีกอย่างที่ทำให้โลกร้อนได้เช่นกัน จุดเล็ก ๆ ที่ไม่ควรมองข้ามนี้  ต้องมาดูว่า อะไรที่จะต้องมาคิดคำนึงกันบ้างในการลดค่าใช้จ่ายหรือควบคุมการถ่ายเอกสารในสำนักงานได้   ในที่นี้จะดูจากปัจจัย 3 ตัวด้วยกันได้แก่  กระดาษถ่ายเอกสาร   เครื่องถ่ายเอกสาร   คนถ่ายเอกสาร (พนักงานสำนักงาน)  มีรายละเอียดดังนี้


กระดาษที่ใช้ถ่ายเอกสาร
 
            ลักษณะของกระดาษ กระดาษสำหรับเครื่องถ่ายเอกสารจะมีลักษณะที่แตกต่างกัน ตั้งแต่จำนวนแกรมของกระดาษ ยิ่งกระดาษที่มีแกรมหนา ก็จะมีราคาแพงยิ่งขึ้น ดังนั้น ต้องคำนึงถึงชนิดของงานที่จะนำเอกสารไปใช้ว่าต้องการให้งานออกมาในลักษณะใด  ทั้งนี้ ยังมีชนิดของกระดาษได้แก่ กระดาษขาวแบบเคลือบ กระดาษถนอมสายตา กระดาษแข็ง กระดาษ reused กระดาษอัดสำเนา  เหตุที่ต้องกล่าวถึง ชนิดของกระดาษเพราะว่า มีการใช้กระดาษที่ไม่เหมาะกับเครื่องถ่ายเอกสารเช่น นำกระดาษชนิดแข็งหรือกระดาษอัดสำเนามาใช้กับเครื่องทำให้เครื่องทำงานหนักและกระดาษติด  หากผู้ถ่ายเอกสารไม่มีความรู้เบื้องต้นหรือมีความเชี่ยวชาญ ก็อาจจะแก้ปัญหาแบบผิด ๆ ทำให้เครื่องชำรุดเสียหายได้
ขนาดของกระดาษ จะพบว่า การถ่ายเอกสารใช้กระดาษที่ผิดขนาดเป็นจำนวนมากหาก เครื่องถ่ายเอกสารนั้นจะปรับขนาดของการถ่ายให้เท่ากับชนิดของกระดาษที่บรรจุอยู่ในถาดรองกระดาษ เช่น การถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนบางเครื่องเมื่อวางบัตรฯ  แล้วเครื่องจะกำหนดให้มีขนาดเล็ก  ทำให้คนถ่ายเอกสารต้องถ่ายใหม่อีก ซึ่งทำให้สิ้นเปลืองและสูญเสียทรัพยากรได้  หรือการตั้งปุ่มถ่ายเอกสารที่มีขนาดใหญ่แตกต่างกับต้นฉบับแล้วไม่ได้ตรวจสอบก่อนถ่ายทำให้ถ่ายออกมาผิดขนาด


           ราคากระดาษ ปัจจุบันมียี่ห้อของกระดาษถ่ายเอกสารออกมาในท้องตลาดให้ผู้ใช้ได้มีโอกาสเลือกมากมายหลายยี่ห้อ  ราคาของกระดาษต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนว่า จำนวนกระดาษต่อรีม (500 แผ่น) ครบหรือไม่ และเนื้อของคุณลักษณะของกระดาษ ความชื้นของกระดาษในช่วงฤดูฝน เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เครื่องต้องทำงานหนักเช่นกัน ดังนั้น หากเลือกกระดาษที่มีคุณภาพดี  ผลงานที่ออกมาดีและได้ครบตามต้องการ ไม่ต้องถ่ายซ่อมหรือถ่ายเพิ่ม ก็เป็นการประหยัดได้อีกทางหนึ่ง


            เครื่องถ่ายเอกสาร
            ลักษณะของการใช้งาน การเลือกเครื่องถ่ายเอกสารต้องดูว่า ลักษณะของงานในสำนักงานนั้น ๆ  ว่า จำเป็นต้องใช้เครื่องขนาดไหน หรือว่าใช้วิธีจ้างหน่วยงานอื่นจะสะดวกกว่าหรือไม่ และหากต้องใช้เอกสารจำนวนมาก ชนิดของเครื่องก็ต้องแตกต่างกันออกไป


             คุณสมบัติหลายอย่างภายในเครื่องเดียว มีเครื่องถ่ายเอกสารที่รวมเอาทั้งการถ่ายเอกสาร การพิมพ์ การสแกน และแฟกซ์อยู่ในหนึ่งเครื่อง ซึ่งเครื่องแบบนี้เหมาะกับการผลิตเอกสารที่มีจำนวนไม่มากนัก และพบว่า เครื่องแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ใช้จำนวนหนึ่ง เพราะมีขั้นตอนการใช้ที่มีลำดับความยุ่งยากพอสมควร ดังนั้น คู่มือจะต้องอยู่ใกล้กับเครื่องให้มากที่สุดหรือจะต้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต้องใช้เครื่องนี้  มาฟังการสาธิตร่วมกันจากหน่วยบริการที่ให้ความรู้  และหากมีพนักงานใหม่ก็ต้องอธิบายขั้นตอนการใช้ให้เข้าใจเช่นกัน
การเลือกเครื่องถ่ายเอกสาร สิ่งที่จะต้องคำนึงถึงได้แก่ ราคาหากเครื่องราคาถูกแต่อุปกรณ์ที่จะต้องใช้พ่วง เช่น หมึกมีราคาแพงและใช้งานได้จำกัดครั้งก็เป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายในระยะยาว ยี่ห้อ/รุ่นที่ขายในท้องตลาดที่ออกมามากมายต้องดูว่า เป็นยี่ห้อที่ผลิตเครื่องถ่ายเอกสารหรือผลิตสินค้าอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องและบริการหลังการขายในท้องที่ให้บริการด้วยความสะดวกและรวดเร็ว 
             การจ้างเหมาบริการ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการควบคุมการใช้จ่ายในการใช้เครื่องถ่ายเอกสารได้อีกวิธีหนึ่ง อย่างน้อยก็กันการถ่ายเอกสารที่ไม่จำเป็นได้ระดับหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นการประกันว่า คุณภาพของงานได้กรองมาแล้ว ลดภาระค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเครื่อง  ในที่นี้ก็รวมถึงการเช่าเครื่องถ่ายเอกสารโดยที่สำนักงานไม่ต้องลงทุนซื้อเครื่องถ่ายเอง จะได้ใช้เครื่องถ่ายที่พร้อมใช้งานเพราะการบำรุงรักษาเป็นหน้าที่ของบริษัทที่รับผิดชอบอยู่แล้ว


             วิธีการใช้  การควบคุมการถ่ายเอกสารซึ่งจะหาวิธีการที่ทำให้สำนักงานใช้ประโยชน์จากเครื่องถ่ายเอกสารให้คุ้มค่าและประหยัดค่าใช้จ่ายทั้งระยะสั้นและระยะยาว  เครื่องถ่ายเอกสารรุ่นต่าง ๆ ที่ใช้อยู่จะประกอบไปด้วยปุ่มที่หลากหลาย และมีอยู่ปุ่มหนึ่งที่น่าสนใจที่จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้นั้นคือ ปุ่ม power saver  เครื่องถ่ายเอกสารในยุคนี้น่าจะมีปุ่มนี้ เพราะเป็นการลดการใช้พลังงาน ที่หลายองค์กรในความสำคัญในยุคที่กระแสลดภาวะโลกร้อนที่ต่างฝ่ายต่างต้องพึ่งพาและช่วยเหลือกันที่เป็นทั้งระบบ ดังนั้น หากจะมีการเลือกเครื่องถ่ายเอกสารก็น่าจะเป็นอีกจุดหนึ่งที่ควรพิจารณา
พนักงานสำนักงาน
              จิตสำนึกของพนักงานสำนักงาน บ่อยครั้งที่มีหลายคนคิดว่า การถ่ายเอกสารเป็นเพียงค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ  ไม่คำนึงถึงค่าใช้จ่ายในระยะยาวที่จะต้องสิ้นเปลือง ทั้งที่สามารถใช้ระบบอื่นแทนได้ เช่น  หากสำนักงานนั้นมีระบบสำนักงานอัตโนมัติ ก็สามารถใช้อีเมลหรือเว็บไซต์เพื่อส่งเอกสารเพื่อใช้ในการติดต่อหรือเป็นข้อมูลในการทำงานได้  ขณะเดียวกันพนักงานที่ใช้เครื่องถ่ายเอกสารจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือข้อตกลงของสำนักงานจนเป็นปกตินิสัย โดยไม่ต้องมีการออกกฎหรือข้อบังคับในการใช้ ให้คิดเสมอว่า เครื่องนั้นเป็นของส่วนรวมและต้องช่วยกันดูแลรักษา
               การใช้คู่มือ   คู่มือเครื่องถ่ายเอกสาร จะต้องสามารถหยิบใช้ได้สะดวกและหาได้ง่าย  การที่มีกระดาษติดขัดในเครื่องจะต้องรู้วิธีเบื้องต้นในการนำกระดาษออกจากเครื่อง เพราะเครื่องถ่ายเอกสารในปัจจุบันมีระบบอิเล็กทรอนิกส์มากมายเป็นชิ้นส่วนเล็ก ๆ และอาจจะชำรุดได้ง่ายหากไม่รู้วิธีใช้   หากไม่สามารถจะทำอย่างไรก็ต้องเรียกผู้ที่ใช้เป็นมาช่วยอธิบายวิธีการใช้ให้ถูกต้อง และการศึกษาคู่มือการใช้ก็เป็นสิ่งจำเป็น  ยังไม่นับเรื่องที่ว่า ในสำนักงานมีคู่มือที่ยังใหม่ไม่มีรอยหยิบใช้งานเลยก็มี
              วิธีการถ่ายเอกสาร พนักงานสำนักงานที่ใช้เครื่องถ่ายเอกสาร หากเป็นเอกสารที่เย็บติดกันเป็นชุด และจะต้องแกะลวดเย็บหรือมีลวดเสียบกระดาษ จะต้องทิ้งเศษลวดเย็บในถังขยะและเก็บลวดเสียบกระดาษไว้ให้เรียบร้อย เพราะวัสดุข้างต้นมีขนาดเล็ก สามารถเล็ดลอดเข้าไปภายในเครื่องถ่ายเอกสาร ซึ่งอาจจะทำให้เครื่องชำรุดและต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเครื่อง
              สุขภาพของพนักงานสำนักงาน  เกี่ยวข้องกับเครื่องถ่ายเอกสารนั่นคือ  การที่สำนักงานนำเครื่องถ่ายเอกสารเข้าไปไว้ในห้องทำงานเพื่อให้ใกล้ตัวผู้ใช้ที่สุด  สิ่งนี้จะต้องเป็นเรื่องพึงระวังเพราะผงฝุ่นจากเครื่องถ่ายเอกสารนั้นเป็นอันตรายกับผู้ใช้ หากได้รับเป็นประจำสม่ำเสมอเกิดการสะสมสารพิษในร่างกายได้เกิดโรคที่เรียกว่า sick building syndrome  เหตุการณ์ที่ตามมาก็คือ การเข้ารับการรักษาพยาบาลซึ่งจะต้องมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น  การลาป่วยก็ต้องทิ้งงาน ซึ่งเป็นผลในระยะยาวที่จะต้องคำนึงถึงเช่นกัน

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลดีๆ :
1.  ifec.co.th
2.  doubleapaper.com

 

5 วิธีใช้เครื่องถ่ายเอกสารให้ประหยัด (ชีวจิต)

          ปัจจุบันเครื่องถ่ายเอกสารได้กลายเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับทุกสำนักงานไปแล้ว และเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานสูงยิ่งมีขนาดใหญ่และถ่ายเอกสารได้เร็วมากเท่าไร ก็ยิ่งใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้นเป็นเงาตามตัว แม้ขณะที่ยังไม่ได้ทำงานยังต้องการไฟฟ้าถึง 150-200 วัตต์เลยทีเดียว

          วันนี้มีเคล็ดลับในการประหยัดพลังงานของเครื่องถ่ายเอกสารมาฝากค่ะ

          1. เลือกเครื่องที่มีระบบประหยัดพลังงาน หรือเครื่องที่มีเครื่องหมาย Energy Star จะประหยัดกว่าแบบธรรมดาถึง 12 เปอร์เซ็นต์

          2. เลือกขนาดและคุณสมบัติอื่นๆ เช่น ความเร็วในการถ่ายให้เหมาะสมกับการใช้งาน

          3. วางในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก เพื่อกระจายความร้อนที่ปล่อยออกมา และยังช่วยลดอันตรายจากไอระเหยของหมึกได้ด้วย

          4. สั่งระบบประหยัดพลังงาน ให้ทำงานโดยควรตั้งเวลาหน่วง 30 นาทีก่อนเข้าสู่ระบบประหยัดพลังงาน เพราะเครื่องต้องใช้เวลาอุ่นเครื่องประมาณ 1-2 นาที

          5. ปิดเครื่องถ่ายเอกสารทันทีหลังเลิกงาน และถอดปลั๊กออกด้วย เนื่องจากถ้ายังเสียบปลั๊กอยู่ เครื่องจะใช้กำลังไฟฟ้าในการอุ่นเครื่องถึง 10-15 วัตต์

          เมื่อรู้วิธีในการประหยัดพลังงานของเครื่องถ่ายเอกสารแล้วก็อย่าลืม นำไปปฏิบัติ เพราะสามารถช่วยชาติ ประหยัดได้อีกทางหนึ่งค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จากชีวจิตค่ะ

 




นานาสาระน่ารู้

ประโยชน์และโทษของกาแฟ article
วิธีสังเกตุอาการของโรคมะเร็ง
8 วิธีถนอมดวงตา article
10 กิจกรรมที่ทำให้ชีวิตมีความสุข
ภัยใกล้ตัว



dot
สินค้าของเรา
dot
bulletเครื่องถ่ายเอกสาร Kyocera mita
bulletเครื่องถ่ายเอกสาร Canon
bulletเครื่องถ่ายเอกสาร Toshiba
bulletผลงานที่ผ่านมา
dot
Newsletter

dot
dot
รวมเว็บลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
dot
รับซ่อม เครื่องถ่ายเอกสาร ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ
www.mono-copier.com


มาช่วยรักษาโลกเรา ให้อยู่กับเราไปอีกนาน ๆ เถอะนะ
บริการซ่อมเครื่องถ่ายเอกสาร


Copyright © 2010 All Rights Reserved.

บริษัท โมโน ลักซ์ จำกัด
เลขที่ 99/97 หมู่ 5 ตำบลลำโพ  อำเภอบางบัวทอง  จังหวัดนนทบุรี  11110
โทรศัพท์ 02-194-2188 แฟกซ์ 02-194-2189 มือถือ 081-142-3387
ลูกค้าสัมพันธ์ คุณธันยพร  โสรัตน์